คุณหญิงหน่อยโพสต์ถาม พปชร. “แบบนี้ก็ได้เหรอคะ”

พรรคที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง 350 เขต แต่ได้จำนวน ส.ส.น้อยกว่าพรรคที่ลงสมัครแค่ 250 เขต แล้วออกมาบอกว่าตัวเองได้คะแนนนิยมจากคนทั้งประเทศมากกว่า ควรจะได้จัดตั้งรัฐบาล แต่ระบอบรัฐสภาไม่ได้คิดแบบนั้นนะคะ

ประเด็นที่ 1

คือกติกาที่บิดเบี้ยว ตั้งใจออกแบบให้นำระบบส.ส.พึงมีมาคิด เพื่อตัดคะแนนพรรคที่คนนิยม และได้จำนวนส.ส.เขตมากที่สุด เพื่อทำให้ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อน้อยที่สุด

นี่คือกับดักอย่างหนึ่งที่จงใจให้เกิดความยากลำบากในการแข่งขัน เพราะ ไม่ต้องการให้พรรคที่มีคะแนนนิยมซึ่งแสดงผ่านจำนวนเขตที่มากเป็นพรรคที่แข็งแรงเกินไป

ประเด็นที่ 2

คือการโหวตในสภา เมื่อคิดจาก ส.ส. 1 คน มีคะแนนโหวตเท่ากัน 1 คะแนน

เสียงข้างมากในสภา จึงมีค่าเท่ากับ ส.ส.ที่โหวตเป็นจำนวนมากกว่าอีกฝ่าย ไม่ใช่การคิดคะแนนจาก ส.ส.คนไหนได้คะแนนเลือกตั้งมาเท่าไหร่แล้วจะกลายเป็นเสียงข้างมากนะคะ

แข่งขันในสนามเดียวกัน ออกแบบกติกาเอาเปรียบคนอื่นมากมายมหาศาล ตั้งแต่จุดสตาร์ทยันเส้นชัย แต่จำนวน ส.ส. ก็ยังแพ้อยู่ดี

“เข้าเส้นชัยเป็นที่ 2 แต่จะขอรับเหรียญทองบนแท่นที่ 1 แบบนี้ก็ได้เหรอคะ”

สำหรับกรณีนี้ทางเราได้หาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันในหลักการที่คุณหญิงหน่อยได้อธิบายไป โดยจะยกตัวอย่างการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกาในปี 2016 ที่ตอนนั้นป็นการช่วงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐ ระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ และ ฮิลลารี คลินตัน ผลปรากฏว่า คนอเมริกันโหวตให้ฮิลลารีมากกว่าแต่ทรัมป์ชนะ 

คลินตัน, ทรัมป์, เมื่อ, มะกัน, โหวต, ให้, ฮิลลารี, มากกว่า, แต่ทรัมป์, ชนะ, แต่ทรัมป์ชนะ

ซึ่งเหตุผลนั้นก็เป้นเหตุผลเดียวกับบ้านเรา โดยจำนวน สส ของทรัมป์นั้นมีจำนวนมากกว่าฮิลลารีนั้นเอง จึงสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ไม่ใช่ว่าได้ป็อปปูลาร์โหวตมากกว่าจะเป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้ง ดังนั้น ใครที่กำลังมึนงงและสับสนหากได้อ่านถึงตรงนี้แล้วก็จะเข้าใจถึงหลักการและมารยาทของระบอบประชาธิปไตย

โพสต์ของคุณหญิง

แหล่งที่มา : คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan, komchadluek

Facebook Comments
Loading...